Tags : รับทำวิจัย รับวิเคราะห์ spss รับสรุปงานวิจัย รับทํางานวิจัย ด่วน จ้างทําวิจัย pantip ปรึกษางานวิจัย รับทําสารนิพนธ์ รับทําวิทยานิพนธ์ pantip รับทําวิทยานิพนธ์ ราคาเท่าไหร่ รับ ทำ วิจัย ลำปาง ออนไลน์ รับจ้างทําวิจัย เชียงใหม่ เชียงราย ชลบุรี  รับจ้างทําวิจัย ระยอง ตราด แม่ฮ่องสอน รับจ้างทําวิจัย อุดร ขอนแก่น รับวิเคราะห์ spss ราคา รับ คีย์ ข้อมูล spss ชุด ละ รับทำ spss ด่วน รับแปลผล spss รับทำวิจัย รับทำ spss งานวิจัย spss สารนิพนธ์ นครสวรรค์ แพร่ ชลบุรี ระยอง รับจ้าง run spss วิเคราะห์spss+แบบสอบถาม งาน คีย์ ข้อมูล spss ขอนแก่น รับวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ spss ราคาเท่าไร รับวิเคราะห์ spss เชียงใหม่ จ้างทําวิจัย อุดร โคราช จ้างทําวิทยานิพนธ์ ที่ไหนดี รับทําวิทยานิพนธ์ โปรแกรม spss วิเคราะห์ spss รับวิเคราะห์ข้อมูล
 Tags : รับทำวิจัย รับวิเคราะห์ spss รับสรุปงานวิจัย รับทํางานวิจัย ด่วน จ้างทําวิจัย pantip ปรึกษางานวิจัย รับทําสารนิพนธ์ รับทําวิทยานิพนธ์ pantip รับทําวิทยานิพนธ์ ราคาเท่าไหร่ รับ ทำ วิจัย ลำปาง ออนไลน์ รับจ้างทําวิจัย เชียงใหม่ เชียงราย ชลบุรี  รับจ้างทําวิจัย ระยอง ตราด แม่ฮ่องสอน รับจ้างทําวิจัย อุดร ขอนแก่น รับวิเคราะห์ spss ราคา รับ คีย์ ข้อมูล spss ชุด ละ รับทำ spss ด่วน รับแปลผล spss รับทำวิจัย รับทำ spss งานวิจัย spss สารนิพนธ์ นครสวรรค์ แพร่ ชลบุรี ระยอง รับจ้าง run spss วิเคราะห์spss+แบบสอบถาม งาน คีย์ ข้อมูล spss ขอนแก่น รับวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ spss ราคาเท่าไร รับวิเคราะห์ spss เชียงใหม่ จ้างทําวิจัย อุดร โคราช จ้างทําวิทยานิพนธ์ ที่ไหนดี รับทําวิทยานิพนธ์ โปรแกรม spss วิเคราะห์ spss รับวิเคราะห์ข้อมูล

3 ยักษ์อสังหาฯ ฟันธงปี ’60 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่รอบ 20 ปีอสังหาฯ ไทย

   เปิดศักราชใหม่เพียงไม่นาน ยักษ์ Developer ในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในไทย ต่างทยอยประกาศแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2560 พร้อมทั้งคาดการณ์ภาพรวมในปีนี้มีแนวโน้มสดใส อัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 5% มีมูลค่ารวม 379,000 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ และเศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้น นอกจากนี้จะเป็นปีแห่งการปรับและเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งวงการอสังหาริมทรัพย์ และผู้ประกอบการ หลังจากปีที่แล้วต้องเผชิญกับภาวะชะลอตัว เป็นผลจากปัจจัยภายในและภายนอก ที่ไม่สามารถควบคุมได้ ส่งผลให้ตลอดทั้งปีโตเพียง 2% มีมูลค่าตลาดรวม 362,456 ล้านบาท

รับวิเคราะห์ข้อมูล SPSS รับสรุปผลงานวิจัย  โทร. 082-6300899
รับวิเคราะห์ข้อมูล SPSS รับสรุปผลงานวิจัย  โทร. 082-6300899
รับวิเคราะห์ข้อมูล SPSS รับสรุปผลงานวิจัย  โทร. 082-6300899

   ความเปลี่ยนแปลงใหญ่วงการอสังหาฯ ไทย
– การเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นผลมาจาก Developer รายใหญ่ ปรับโครงสร้างองค์กร พร้อมทั้งขยายแนวรบธุรกิจ ด้วยการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ทั้งแนวราบ และแนวสูง ครอบคลุมทั้งตลาดบน – กลาง – ล่าง เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตมากขึ้น และกระจายความเสี่ยง ไม่กระจุกโฟกัสแต่เฉพาะตลาดใดตลาดหนึ่ง
หลายบริษัทที่เคยโฟกัสอยู่แต่ตลาดบน ก็ขยาย Portfolio มาทำตลาดแมสมากขึ้น ขณะที่บริษัทไหนเคยเน้นตลาดแมส ก็ขยายมาทำตลาดบนมากขึ้น

– การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของผู้แข่งขันในตลาดและผู้ประกอบการ เดิมทีตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไทย ประกอบด้วย Developer ทั้งรายใหญ่ กลาง และเล็ก แต่เมื่อปีที่แล้วทั้ง 10 บริษัทใหญ่ เช่น พฤกษา เรียลเอสเตท, แสนสิริ, เอพี ไทยแลนด์, แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์, แอลพีเอ็น, ศุภาลัย, เอสซี แอสเสท ถือครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดเป็น New High Record ถึง 56% จากมูลค่ารวม 362,456 ล้านบาท และคาดว่าปีนี้จะขยับเป็น 60%
หากแยกเป็นเซ็กเมนต์ ตลาดทาวน์เฮาส์ 9 บริษัทใหญ่ ถือครองส่วนแบ่งตลาด 62% / บ้านเดี่ยว 9 บริษัทใหญ่ ถือครองส่วนแบ่งตลาด 63% / คอนโดมิเนียม 13 บริษัทใหญ่ ถือครองส่วนแบ่งตลาด 60%

สาเหตุที่ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ประเภทที่อยู่อาศัยในไทย ถูก Dominate ด้วยบริษัทใหญ่ เนื่องจากมีปัจจัยเชิงบวกที่เอื้ออำนวยให้สามารถลงทุน Scale โครงการขนาดใหญ่ได้ต่อเนื่อง อย่างโครงสร้างตลาดเงิน ตลาดทุน เช่น การออกหุ้นกู้ ตรงกันข้ามกับผู้ประกอบการขนาดกลาง และเล็ก ที่การหาแหล่งเงินทุนเป็นได้ยากขึ้น อีกทั้ง Project Loan ของธนาคารมีความระมัดระวังมากขึ้น
เมื่อภาพรวมตลาดถูก Dominate โดยยักษ์ใหญ่ ย่อมแสวงหาการเติบโตทั้งด้านรายได้ และกำไร ด้วยการขยายเข้าไปทำตลาดทุกเซ็กเมนต์ ประกอบกับการผนึกกำลังกับพันธมิตรธุรกิจ ทั้งบริษัทในไทยด้วยกันเอง และบริษัทจากต่างประเทศ

รับวิเคราะห์ข้อมูล SPSS รับสรุปผลงานวิจัย  โทร. 082-6300899
– การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างความต้องการที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค ปัจจุบันความต้องการในอสังหาริมทรัพย์ เป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง และซื้อเพื่อการลงทุนในกลุ่มคนไทย แต่วันนี้มี Demand จากต่างประเทศ เช่น กลุ่มผู้ซื้อชาวจีนที่มาซื้อ Property Sector ในไทย เช่น คอนโดมิเนียม ส่งผลให้ Demand Landscape ในไทยเปลี่ยนแปลงไป

– การเปลี่ยนแปลงด้านจุดขาย และรูปแบบการพัฒนาโครงการ – ที่ดิน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ราคาที่ดินในไทยปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในโซน CBD (Central Business District) ใจกลางกรุงเทพฯ ทำให้การพัฒนาที่ดินและโครงการ เป็นรูปแบบสิทธิการเช่ามากขึ้น
ขณะเดียวกันการพัฒนาโครงการของ Developer จะรุกขยายทั้งในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล และต่างจังหวัด ที่เป็นจังหวัดหลัก เช่น ชลบุรี, ระยอง, ขอนแก่น, เชียงใหม่, ภูเก็ต

– การเปลี่ยนแปลงด้านอัตราดอกเบี้ย ท่ามกลางปัจจัยบวกที่ผลักดันให้อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เติบโต ในเวลาเดียวกันยังต้องเผชิญกับอุปสรรค หรือปัจจัยเสี่ยง นั่นคือ อัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น ย่อมส่งผลต่อ Demand ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ เพราะการปรับดอกเบี้ยทุก 1% จะมีผลต่อ Demand ลดลง 5 – 8% ทั้งยังทำให้ภาวะหนี้ครัวเรือนของผู้บริโภคระดับกลาง – ล่าง ที่มีภาระดอกเบี้ยอยู่แล้ว จะมีภาระสูงขึ้นจากการปรับอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ สถานการณ์ภาวะหนี้ครัวเรือนในไทย ยังอยู่ในระดับสูง
รับวิเคราะห์ข้อมูล SPSS รับสรุปผลงานวิจัย  โทร. 082-6300899

“ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2560 ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล คาดว่าจะเติบโตจากปีที่ผ่านมาประมาณ 5% มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 379,000 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนโครงการลงทุนด้านคมนาคมของภาครัฐบาล มูลค่า 1,769,922 ล้านบาท และในปีนี้จะเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตั้งแต่โครงสร้างทางธุรกิจ การแข่งขันขันของผู้ประกอบการ รมถึงรูปแบบการพัฒนาโครงการ” คุณประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท-พรีเมียม ฉายภาพความเปลี่ยนแปลงในวงการอสังหาริมทรัพย์ในไทย

สอดคล้องกับ คุณณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงปัจจัยสำคัญสำหรับปี 2560 ภายใต้นโยบายใหม่ของสหรัฐอเมริกาที่มีประธานาธิบดีคนใหม่ จะมีบทบาทสำคัญต่อทิศทางเศรษฐกิจโลกทั้งหมด และจะมีผลต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ทั้งในระยะกลางและระยะยาว
“มุมมองระยะสั้นสำหรับปีนี้ มี 2 เรื่องสำคัญที่ต้องจับตามอง คือ 1. หนี้ครัวเรือนเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลงมาก แต่ยังมีสัดส่วนต่อ GDP ที่สูงอยู่ และ 2. อัตราการปฏิเสธให้สินเชื่อจากธนาคาร (bank rejection) และ housing NPL ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น ทั้ง 2 เรื่องเป็นความท้าทายต่อการเติบโตของธุรกิจอสังหาฯ ในปีนี้

อย่างไรก็ตามคาดการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปีนี้จะเติบโตมากกว่า 5% ด้วย GDP ของประเทศไทยยังมีการเติบโตมากกว่า 3% ต่อปี นอกจากนี้กำลังซื้อของกลุ่มที่อยู่อาศัยราคา 3 ล้านบาทขึ้นไป ยังมีความแข็งแรงอยู่”
... อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.brandbuffet.in.th

ที่มา : http://www.brandbuffet.in.th

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เผยแพร่ความรู้ เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่บุคคลทั่วไป
ไม่ใช่เพื่อการค้า อนุญาตแบบเดียวกัน

Tawansmile.com รับทำวิจัย วิเคราะห์ SPSS ปรึกษางานวิจัย โทร. 082-6300899